ฉันซื้อของขวัญให้ตัวเอง
posted on 05 Nov 2009 18:20 by siamesemeow in Lifeเพราะช่วงนี้ชีวิตออกแนวบัดซบ...
อันนี้โซนบ่น ใครใคร่อ่าน ถมดำเอา ใครไม่อยากอ่านจะได้ไม่ต้องมาเห็นให้รกตาให้รำคาญใจ ;)
รู้สึกว่าเวลาใกล้ถึงวันเกิดทีไร ชีวิตจะต้องมีเรื่องผกผันหัวหกก้นขวิดกันอยู่ให้เหนื่อยท้อแท้แม่งทุกปี
อย่างปีนี้...
หลังจากที่ตกงานมานานประมาณครึ่่งปี ซึ่งก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอก เพราะนอกจากกินอยู่ไปวันๆแล้ว เป็นคนที่ไม่ค่อยออกไปไหนไม่ซื้ออะไรเท่าไหร่ (ถ้าอยู่เมืองไทยสถานการณ์เช่นนี้ อาจไม่รอดเพราะมันมีสิ่งยั่วตายั่วใจเยอะ อยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปช้อปอยู่เรื่อย)
ก็ได้งานทำซะที...ฟังดูเหมือนจะเป็นข่าวดี แรกๆก็ยิปปี้ยู้ฮูอยู่ในใจลึกๆเหมือนกัน ว่าเย้ จะได้มีเงิน เก็บเงินกลับไปเที่ยวที่บ้าน(เอ๊ะ?)ที่เมืองไทย ให้หนำใจ แต่ทำงานไปได้ไม่ถึง 1 อาทิตย์ เริ่มเห็นว่า...คนเราแม่ง เป็นกันได้ขนาดนี้
เหนื่อยกายให้ตายยังไงเราทนได้ เพราะผ่านงานหนักงานเหนื่อยมาก็ไม่น้อยเลยนะ ตั้งแต่มาอยู่ที่ฝรั่งเศสนี่ เหมือนๆกับว่า ถ้าเทียบกันแล้วตอนอยู่เป็นไทยเป็นคุณหนูกินหรูอยู่สบายมากเลย ถึงจะไม่รวยอะไร แต่พอมาอยู่ที่ปารีสเมืองฟ้าอมรแห่งนี้ กลายเป็นอะไรที่ โลว โลว โลว ได้อีก ต้องทำงานทุกอย่าง (เท่าที่เด็กไทยหัวดำๆเพิ่งมาอยู่ใหม่จะพอหาได้ ใครอยู่เมืองนอก แต่ไม่ได้เป็นลูกไฮโซวคงพอเข้าใจ)เหนื่อยๆๆๆ จะตายให้ได้วันๆ แต่ก็ทนได้เพราะเจอเพื่อนดีๆ ทำงานร่วมกัน วันนึงจะยาวนานแค่ไหน มีเพื่อนร่วมทุกข์ทำงานกันไป เดี๋ยวก็จบ
แต่เหนื่อยใจนี่เชี่ย มันทำให้ท้อสุดทน จะไม่เล่าหรอกว่าทำไมแต่แค่อยากจะบอกว่า คนเราลืมตัวมันเหมือนวัวลืมตีน ลืมหมดว่าตัวเองเคยผ่านอะไรมาลำบากไหม พอได้ดีมีเงินแทนทีอยากจะช่วยเหลือคนที่ลำบากเหมือนกับที่ตัวเองเคยผ่านมา เสือกอยากถีบเค้าล้ม เหยียบหลัง แล้วกระทืบซ้ำให้สะใจซะงั้น...เหมือนกับจะแก้แค้น? มาลงกับคนที่ไม่รู้เรื่อง? โคนันทวิสาร รู้จักไหมคะ? ระวังกรรมนั้นมันจะตามสนอง
เอ๊า.......บ่นแค่นี้แหละ
ทีนี้ ณ วันนี้อ่ะนะ ก็ยังไม่ถึงวันเกิดหรอก เพราะอิฉันเกิดวันที่ 12 ก็อีกอาทิตย์นึง แต่เนื่องจากรู้สึกช้ำชอกเคล็ดขัดยอกในอก ไม่มีใบบัวบกให้กินอีกตะหาก ก็เลยซื้อของขวัญวันเกิดให้ตัวเอง (เพราะไม่มีใครให้ของขวัญวันเกิดเรา ก๊ากกก ) เป็นการ ขอบคุณ และ ปลอบใจตัวเองไปพลางๆ ว่า มึงทำได้ดีแล้วนะ พยายามเข้าๆ สู้ๆ กัดฟันทนไปให้ถึงที่สุด!! สู้เพื่อพ่อแม่และอนาคตเว๊ยยยย
ชิ้นแรก
ที่จริงเราไม่ได้เป็นแฟนโอโม เอ๊ย โลโมหรอก เพราะกล้องมันถูก พลาสติกพลาสต่วย แต่ฟิล์มกับค่าล้างนี้ แพงบัดซบ แต่แอบไปถูกใจ mini diana เข้าเพราะมันเล็กได้ใจเรา และถ่ายรูปแบบ ครึ่งเฟลม ได้ (ก็คือ ฟิล์ม36ภาพ แบ่งถ่ายได้เป็น 72 ภาพเลย ถ้าต้องการ) แต่ก็ไม่ได้อยากได้ๆๆๆต้องซื้อๆๆอะไร จนมาเจอร้านแถวที่ทำงานมันขายอยู่ ราคาถูกกว่าสั่งซื้อในเน็ต เพราะไม่ต้องเสียค่าส่งนิ่ ก็เลยซื้อทันที อันกระจิ๊ดเดียวเอง น่ารักมากๆ ตอนนี้โหลดฟิล์ม (เน่าๆที่เก็บไว้ไม่รู้นานแค่ไหน หมดอายุไปยังก็ไม่รู้)ลงไปแล้ว พร้อมลุย!
อีกชิ้นก็คือ
อันนี้เป็นรองเท้าที่เราแอบน้ำลายไหลใส่มานานแล้ว เดินผ่านร้านทีไรก็แอบมอง เพราะใครที่รู้จักเราดีสักหน่อย จะรู้ว่า เราชอบสี ดำ ขาว แดง ม๊ากกก แต่ไม่ได้ชอบแยกเป็นสีๆนะ คือ ชอบเวลา 3 สีนี้มันอยู่รวมๆในที่เดียวกัน เพราะฉะนั้นโทนสีของใช่ในบ้านเรา จะเป็นสีดำขาวแดง หมดเลย พอเจอไนกี้รุ่นนี้เข้าก็แบบ โห...เธอคือความฝัน...แต่ไม่ได้ซื้อซะทีเพราะมัน แพง มาก มาก (สำหรับคนจนก๊อกก๋อยอย่างเราอ่ะนะ) แต่เวบ street wearนึงที่เราเป็นสมาชิกอยู่มันส่งเมล์มาว่ามีไนกี้โละสต๊อก เลยตามไปดู ไปเจอนางในฝันเข้าในราคาลด 50 เปอร์เซ็นต์ ฮู้ววว...ฝันเป็นจริง แต่ตอนนี้ทำงานหามรุ่งหามค่ำ (เรื่องจริง) หยุดแค่วันเดียว ไม่ได้มีเวลาใส่เลยอ่ะ (ต้องแต่งตัวเน่าๆไปทำงาน) นี่แหละหนา มีเงินพอจะซื้ออะไรที่ตัวเองชอบได้ ก็ไม่มีเวลาได้ใช้มัน...ทำไปเพื่อ?
ได้ของขวัญวันเกิด(ถึงจะซื้อเองให้ตัวเองก็เหอะ)แล้ว ก็รู้สึกดีนะ :)รู้สึกว่าไอ้ที่โดนเขากดขี่เขาด่าทอเอา ก็ไม่ได้สูญเปล่าหรอก อย่างน้อยก็มีเงินมาดับกิเลส (แต่ทุกข์ไม่ดับหรอก) หึๆ














