FOOD

 ไม่ได้มาฮาวทูอะไร แค่อยากเอาประสบการณ์(บ้าบอ)มาเขียนเท่านั้นเอง

ใครอยากดูรูปอาหาร แต่ไม่อยากอ่าน กดเลื่อนลงไปข้างล่างเลยเจ้า

เป็นเรื่องลำบากของคนอยู่ต่างประเทศ ถ้าวันหนึ่งเกิดนึกอยากกินอะไรที่มัน ดั๊นนนน ไม่มีขายในประเทศนั้นๆที่ตนอยู่ขึ้นมา แล้วยิ่งไปเห็นรูปที่คนนู้นคนนี้เอามาโพสตำตาตำกระเพาะ ความอยากมันจะกลายเป็นความหมกมุ่น ว้าวุ่น กระหายขึ้นมา

คนอื่นเป็นยังไงไม่รู้ รู้แต่เรานั้นเป็นคนที่ชอบกินมากกก เป็นชีวิตจิตใจ(ถึงได้ต้องมาทำกับข้าวเอง ไม่ใช่ว่าชอบทำกับข้าว มีความสุขที่ได้ทำกับข้าว อะไรแบบนั้น แต่เมื่ออยากกินมากๆ แล้วหาซื้อไม่ได้ มันจึงเป็นการบังคับตนเองให้มุ่งมั่นขยันทำรับประทานขึ้นมา) เวลาเกิดอยากกินอะไรขึ้นมามากๆจริงๆจะถึงขั้นหดหู่เก็บไปคิดไปฝันกันเลยทีเดียว เรียกว่าถ้าไม่ได้กิน จะนอนไม่หลับกระสับกระส่ายเอาไปฝันเลย (เป็นเอามาก) จะต้องไปหากินให้ได้

ตอนอยู่เมืองไทย ความรู้สึกหมกมุ่นแบบนี้เป็นอะไรที่ไม่เคยเจอ เพราะอยากกินอะไรก็ไปตลาดหาเอามาดับความอยากได้ทันใด แค่มีเงินติดกระเป๋าไม่ต้องมากต้องมายก็พอ (เป็นคนไม่ชอบไปกินข้าวตามร้านหรูๆเลยจริงๆ ไม่ได้แอนตี้อะไร แต่รู้สึกว่าร้านข้าวพื้นๆตามตลาดตรอกซอกซอย หรือข้างถนนขายราคาถูกๆ 20 30 บาทจะอร่อยกว่าร้านตามห้างเสมอเลย สิ่งเดียวที่ชอบไปกินตามห้างคือบุฟเฟ่ชาบูๆเท่านั้น)

ปกติ พอนึกอยากกินอะไรที่มันไม่มีที่บ้าน เราก็จะตรงไปเขตคนเอเชีย ซื้อของมาทำกิน แต่เมื่ออาทิตย์ก่อนเกิดไปเห็น คนโพสรูป (ขอบคุณเหลือเกิ๊น*ประชด*) กากหมูเข้า แล้วกากหมูเนี่ยเป็นอาหารที่เราชอบกินเป็นชีวิตจิตใจเลย ไม่ได้กินมาหลายปีมากๆแล้ว เพราะว่าพ้นจากสายตาก็พ้นจากใจ ไม่เห็นก็ไม่ได้นึกอยากอะไร แต่พอไปเห็นเข้า...มันเหมือนโดนหลอกหลอน มีกากหมูมาลอยอยู่ตรงหน้า กรอบๆ มันๆ หอมๆ โอ้ล๊า

แต่ทว่า...

ที่ดินแดนแห่งนี้เอง อะไรๆ มันก็มีขาย แต่ไอ้ของที่มันเลวร้ายแต่สุขภาพ (แต่เราว่าอร่อยเสียเหลือเกิ๊น) เช่นมันหมู เนื้อติดมัน เลือดไก่ หนังหมู เครื่องใน บลาๆอะไรแบบนี้ มันหายากเสียยิ่งกว่าแพนด้าในป่าอเมซอน จริงๆมันคงมีขายแหละ เขาว่าของกินแบบไทยๆอะไรก็หาได้ที่เขต13 (เขตคนเอเชียอยู่เยอะๆ) แต่เราไม่ได้อยู่แถวนั้น แล้วก็ไม่ค่อยรู้จักคนไทยมากมายนัก (มีแต่คนที่เคยทำงานด้วยกัน)ของอะไรที่หายากๆก็เลยไม่ค่อยจะตกมาถึงท้องเราเท่าไหร่

แต่ทีนี่เกิดอยากกินกากหมูขึ้นมามากๆแล้ว โดยเฉพาะกากหมูผัดพริกขิง สูตรแบบไม่เหมือนที่เขาขายกันทั่วๆไปนะ แต่เป็นแบบที่ยายเราทำให้กิน เป็นผัดพริกกรอบๆเค็มๆ ทำกันง่ายๆไม่มีเครื่องปรุงมากมาย แต่ทุกครั้งที่กินรู้สึกว่ามันสุดยอดมากๆ

ผัดพริกขิงที่เห็นขายตามร้านข้าวแกงมักจะเป็นหมูสามชั้น หรืออะไรก็ตามผัดพริกแกง เปียกๆหน่อย มีรสชาดหวาน พริกแกงก็เยอะมาก แดงแปร๊ด แล้วใส่ถั่วฝักยาว ซึ่งเราไม่ชอบกินเอาซะเลยเพราะไม่ชอบอาหารมีรสหวาน ตอนอยู่เมืองไทยไม่ค่อยจะซื้อกิน แต่ของยายเราจะเป็นแบบอาหารจานด่วนประจำตัวยาย ยายทำแป๊บๆเสร็จ (แต่เวลาเราทำเองจะนานโคด) ใช้ของที่มีอยู่ที่บ้าน แบบคนอยุธยา ใครๆก็ต้องมี พริกแห้ง กระเทียม กะปิ ข่า ติดบ้านอยู่แล้ว แล้วบ้านคนโบราณก็จะต้องเจียวน้ำมันหมูเก็บไว้ กากหมูก็ลอยอยู่ในน้ำมันล่ะ (กินแต่น้ำมันหมูแต่ไม่เห็นมีใครอ้วนเลยสักคนนะ) พอบอกว่าหิวปุ๊บ ก็ผัดพริกนี่แหละ เอาทุกอย่างมาตำรวมๆกันยกเว้นกากหมูแล้วไปคั่วๆน้ำมันจนพริกกรอบหอม ใส่กากหมูเจียวกรอบๆ ผักก็ใส่มั่งไม่ใส่มั่ง ปรุงรสด้วยแค่เกลือกับน้ำตาลเหยาะลงไปนิดๆ เอามาคลุกข้าวกินเป็นหม้อๆเลย

ไม่ได้กินมากี่ปีแล้วไม่รู้........

เกิดอยากขึ้นมาถึงกับกลุ้มนอนเอาทีนก่ายหน้าผากไป2คืน ในที่สุดก็คิดว่าไม่ได้การล่ะ ลงแดงแน่ๆ จะต้องหาอะไรมาดับทุกข์นี้ ตอนเช้าวันเสาร์เลยออกไปเดินท่อมๆในซุปเปอร์สุดหรูแถวบ้าน แน่นอนว่ามันหมูไม่มีขายชัวร์ แต่จำได้ว่ามันมีหนังเป็ดทอดกรอบเป็นชิ้นเล็กๆเอาไว้โรยหน้าสลัดขาย ซึ่งราคาค่อนข้างแพงไม่เคยซื้อกินซะที(บอกแล้วว่าจน ชริ) แต่รสชาดมันพอแทนกันได้เลยตัดใจว่า เอาวะ ไม่ได้อยากบ่อยๆซะหน่อย

แต่ทว่า...

วันนั้นแม่งเสือกไม่มีขาย ร้อยวันพันปีมีขาย วันที่กรูจะแดรกขึ้นมาไม่มีขาย

โมโหหิวกล่องข้าวน้อยมากๆ

แต่ก็คิดว่า เอาวะ หมูสามชั้นก็เอาล่ะ อาจจะเอามาทอดๆพอได้

เดินไปตรงที่ขายหมู

มีทุกส่วนขายครับ...

ยกเว้นสามชั้น..... ไม่มี๊ซะงั้น

จิตสับสนโคดๆ ในหัวจินตนาการว่ายกตะกร้าขึ้นแล้วทุ่มลงกบาลตัวเอง เอาให้ตาย

เดินวนไร้สติอยู่ 3 นาที เหลือบไปเห็นพนักงานเข็นรถออกมา มีถาดหมู เนื้อ บลาๆ เลยเดินไปขนาบข้าง เห็นหมูสามชั้น(หั่นบางเฉียบมาเลย โห่วว) อยู่ 3 ถาด ดีใจ๊ ได้แค่นี้ก็เอาแล้ว เลยไปยืนๆรอ พร้อมส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้คุณพนักงาน แต่คุณเธอหันมามองเราด้วยสายตาหวาดระแวง(หรือขยะแขยงไม่แน่ใจ) เราเลยเดินๆไปทางอื่นก่อน พอเขาวางเสร็จก็ความมา1ถาด มีอยู่4 ชิ้นบางๆ ราคา เกือบ 3 ยูโร

รีบกลับมาบ้าน มันเที่ยงกว่าแล้ว หิวมือไม้สั่น แต่ด้วยความมุ่งมั่นว่าจะต้องกินผัดพริกแบบยายให้ได้ เลยบรรจงหั่นหมูสามชั้นให้มันเป็นชิ้นเล็กๆ เอามาทอดๆเจียวๆจนน้ำมันมันออกหมด แห้งกรอบ สมมุติว่ามันเป็นกากหมูก็พอได้นะ รสชาดไม่แตกต่างมาก มีเนื้อกับหนังกรอบๆด้วย

แล้วก็ตำพริก จริงๆจะใช้พริกแกงก็ได้แต่ไม่เอา มันไม่ใช่ นั่งบากบั่นตำพริกในครกใบจิ๋วเข้าไป แต่โชคดีที่มันไม่ต้องตำละเอียด สูตรของยายคือตำพริกแดงแห้งเม็ดใหญ่ กับ ข่า กระเทียม กระปิ เกลือ (ผิวมะกรูด แต่เราไม่มี เลยใช้ใบมะกรูดแช่แข็งแทน) ให้พอหยาบๆ เราแอบใส่กุ้งแห้งลงไปด้วยมันจะได้เยอะๆเพิ่มความกรอบด้วย แล้วเอาไปคั่วกับน้ำมันไฟอ่อนๆจนพริกกรอบ หอม ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลน้อยๆ ไม่ใส่น้ำปลาเพราะเดี๋ยวมันจะแฉะไม่กรอบ เอากากหมูลงไปคั่วๆกับพริกให้ทั่วๆ ต้องแน่ใจว่าคั่วจนแห้งและกรอบจริงๆ เราเติมถั่วแขกไปด้วยเพราะจะได้กินผักเยอะๆ อร่อยดีชอบบบ

เสร็จแล้วตักใส่จาน

กว่าจะได้กินปาเข้าไปเกือบบ่าย2

กากหมูผัดพริกถั่ว

หอมมมมม (แต่ที่รักเราจามฉึ๊ยยย ฉึ๊ยยยย บ่นแสบจมูก แต่พอถึงเวลาก็มานั่งกินด้วยเฉยแถมกินเล่นเปล่าๆอีก)

กากหมูผัดพริกถั่ว

เผ็ดเร้าใจ ปกติเวลายายหรือแม่เราทำจะไม่ค่อยเผ็ดเพราะพริกแห้งเม็ดใหญ่มันจะดีแต่สีแดง แต่จะไม่เผ็ดมาก คนอยุธยากินไม่ค่อยเผ็ด จะทำอะไรเน้นหวานๆกระทิๆ แต่เราเติมพริกขี้หนูแห้งลงไปอีกกำมือใหญ่ เพราะเราชอบกินเผ็ด เอามาคลุกข้าวอร่อยมากๆ (ถ้ามีไข่ดาวด้วยจะยิ่งดี แต่หิวสลบไม่ท่งไม่ทอดแล้ว เอาแค่นี้หละ)ซัดข้าวไปสองจานใหญ่ๆ ฮ่าๆ สะใจ

ก็เป็นเยี่ยงนี้แหละ อยู่เมืองนอกไม่ได้สบายอะไรนะ

ใครอ่านจบทุกตัวอักษรจนถึงบรรทัดนี้ จขบ ขอขอบคุณในความตั้งใจจริงค่ะ

edit @ 4 Oct 2009 17:18:51 by siamesemeow

[Dal doll]เพื่อลูก!!&Banana+cheese cake

posted on 04 Sep 2009 22:30 by siamesemeow  in Dolls, FOOD

 จริงๆวันนี้กะพาช้างน้อยไปเที่ยวก่อนพรากจากกัน (จะไปลอนดอนล่ะนะ)แต่ฝนดันตก (หนักด้วย) เลยไม่ได้ออกไปเลยอ่ะ  อัพเดทนี่ไปก่อนแล้วกันนะ

ก่อนอื่น ขอโชว์อาหารเพื่อเป็นการเรียกน้ำยาย เอ๊ย น้ำย่อย

ต้องขอขอบคุณ บลอคของคุณpandapawwaw ที่แบ่งปันสูตรเค๊กกล้วยหอมอร่อยๆนี้นะคะ คือเมื่อคืนนี้ เห็นมีกล้วยหอมอยู่2ลูก ไม่มีใครกินจนมันงอมมากแล้วเลยอยากลองทำดู โดยแซคทำตามสูตรที่1 แต่เอามาดัดแปลงเล็กน้อยโดยลดน้ำตาลลงไปเหลือแค่ 100 กรัม และไม่ใส่เกลือแต่ใส่ชีส ขูดฝอยๆลงไปประมาณครึ่งถ้วยตวง เพราะ! อยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าใส่ชีสลงไปอบด้วย ฮ่าๆ เป็นการทดลอง ปกติแล้วเป็นไม่ชอบกินเค๊ก ขนมอบ ของหวาน อะไรเลย แต่ชอบทำมากเพราะมันสนุก แอบเติมนู่นนี่ลงไปอยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง และมีหนูทดลองอยู่ที่บ้าน *เหล่ดูข้างตัว* ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน *ชริ หมั่นไส้* เราเลยสบาย

อบบอกมาหน้าตาแบบนี้

Banana and cheese cake

มันจะดูเหมือนดำๆหน่อยในภาพ แต่จริงๆแล้วเป็นสีน้ำตาลสวยนะ เพราะทำตอนตีหนึ่ง *หา?* มันมืดมากกก เลยต้องระเบิดแฟลชใส่ (ใช้กล้องโบราณ) อบในถาดฟลอยแบบนี้เก็บเข้าตู้เย็นง่ายดี กินหมดแล้วก็ทิ้งถาดไปเลย

หน้ามันแตกแล้วก็ไม่ฟูเท่าไหร่ เพราะที่บ้านไม่มีเครื่องตีค่ะ ใช้มือตี ได้สักพักก็ยอมแพ้แล้ว โคตรเมื่อย (เมื่อไหร่จะไปซื้อเครื่องตีมาใหม่ซะทีวุ๊ย)

Banana and cheese cake

แบนๆหน่อย......จะกินได้ไหมหนอ

Banana and cheese cake

ตัดออกมา (ลองชิมไปครึ่งชิ้น) เนื้อมันหนาๆหนักๆ (คิดว่าถ้าตีนานกว่านี้หรือ ตีด้วยเครื่องคงจะฟูนุ่มดีกว่านี้) แต่อร่อยนะ แน่นเหนียวดี ไม่หวานมากเพราะใส่น้ำตาลนิดเดียว มีรสชีสปะแล่มๆ กินกับน้ำชาแอปเปิ้ล ตอนตี 2 ฮ่าๆๆ อร่อยมากกก เบิ้ลไปคนละ 2 ชิ้นครึ่งแล้วไปนอน ฮึๆ

เมื่อเช้าตื่นมากินกับนูเทลล่าอีก อร่อยดี เกือบหมดล่ะ

ต่อมา

ที่วันก่อนไปช้อปปิ้งมาแล้วแวะร้าน Claire's (ขายเครื่องประดับและของกระจุกกระจิก) เห็นว่าเค้าเริ่มเอาของวัน halloweenมาขายกันแล้ว ก็เดินดูๆไป เจอนี่

หูแม๊ววว (แต่ดูยังไงก็เหมือนหูกระต่าย) ที่จริงมันก็เป็นของคนแหละ ให้เด็กๆใส่เล่น แต่ซื้อมาให้เจ้ามิกกิ กับเปริ (เอาไปผลัดกันใส่นะลูก แม่จนนน) ฮาดี

แล้วก็

  

ปลอก(ถุง) ใส่โทรศัพท์ มันเป็น hoodie อ่ะ มีหลายสีหลายลายให้เลือกสรรค์ เลยคว้ามาสองตัวให้ มิกกิ เพราะเคยซื้อมาสองตัวก่อนหน้านี้แต่มันไม่เข้ากับมิกกิ อ่ะ มันน่ารักกุ๊กกิ๊กเกิน ของมิกกิมันต้องเท่ๆหน่อย เลยให้เปริไป ไม่อยากจะบอกเลย เพราะอิฉันนั้นโง่ว น่าอายเหลือเกิน (แต่ก็บอก) ว่าสองตัวแรกที่ซื้อให้เปริ เราไม่ได้ซื้อร้านนี้ แต่โดนคนขายในอีเบย์..จะว่าหลอกก็ได้มั๊ย? เพราะเขาขายอยู่ ให้ pullip ใส่โชว์ แล้วบอกว่า handmade hoodiesสำหรับ pullip อะไรประมาณนี้ ด้วยความที่ตอนนั้นเราไม่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตา เดินตามห้างร้านมาสักระยะหนึ่งแล้ว เราก็เลยคิดว่า เออดี จะได้ไม่ต้องเย็บ เพราะเขาขายเป็นคู่ 2 ตัว ก็เลยสั่งซื้อมา

พอมาเจอที่ร้าน Claire's เจอแบบเหมือนกันเปี๊ยบบบบบบ เราก็แบบ อีเชี่ยยยยยย เจ็บใจขึ้นมาเลย เพราะมันขายแพงกว่าที่ร้านตั้งยูโรกว่า บวกค่าส่งแล้วก็ซื้อได้อีกตัวเลยอ่ะ

ถือเป็นบทเรียนของอิฉัน ว่าก่อนหน้าจะซื้ออะไรในอีวิ่ลเบย์ ให้แหกตาดูดีๆก่อน

 

นี่คือสองตัวแรกที่ซื้อมาจากอี(วิล)เบย์

ด้านหลัง

น่ารักแบบเหมาะกับเปริเนาะ

เนี่ย มันเป็นถุงๆ มีก้นถุงแบบนี้ พอตัดก้นถุง กับที่ห้อยตรงคอ ออกก็สามารถทำเป็นฮูดให้ลูกๆใส่ได้เลย แต่เอาหมวกขึ้นคลุมหัวไม่ได้เพราะมันเล็ก ใส่กับ pullip คงจะพอดี (กับ Momoko น่าจะสวยดีเหมือนกัน) แต่กับ Dal มันจะดูหลวมโครก และแขนยาวเกินไปต้องม้วนๆขึ้น แต่เราว่ามันดูน่ารักดี เหมือนเด็กเล็กๆเอาฮูดตัวใหญ่ๆมาใส่อ่ะ

เพราะต้องตัดก้นถุงออก ทำเป็นเสื้อคนขายมันเลยบอกว่าแฮนด์เมด?....โถ่ อิ เลว (แต่กูก็ เสือกเป็น อิ โง่ ได้อีก)

ใส่โชว์หน่อยมิกกิ

Roarrrr!!!

"แง๊วววว ข้าจะจับเจ้ากินนน"

ว๊ายยย ผีกระต่ายน่ากัว

"=____=; ผีหมาป่าตะหากเล่า แม่ก็ อย่ามาล้อเลียนเค้านะ"

awww...scary!

วันฮัลโลวีน จะพาไปขอขนมซะเลยดีมั๊ย

Are you good kitties?

เป็นเด็กดีกันรึเปล่า?

เปริ - หนูน่ะดีตลอดล่ะ *ทำหน้าจริงจัง*

มิกกิ - ก็....ดีมั๊ง....*แคะเล็บ*

Watching kung fu movie.

เอาหูมาให้เปริใส่แล้วดูเหมือนกระต่ายเลย น่าจะมีแบบหูกระต่ายจริงๆนะเนี่ย....

(กำลังดูหนังกังฟูอยู่มันจะได้นิ่งๆ ไม่ซน*ที่จริงแล้วแม่มันนิ่งมากกว่า* มิกกิทำท่าตามด้วยอ่า ฮ่าๆๆ บลูส ลี น้อย)

 จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะเขียน ฮาวทู หรืออะไรเพราะไม่ได้คิดว่ามันจะออกมาดี ก็เลยไม่ได้ถ่ายขั้นตอนการทำไว้ ถ่ายแต่รูปก่อนจะกิน ตามปกตินิสัย (แปลกๆ) จะกินอะไรต้องถ่ายรูปเอาไว้ แต่พอกินแล้วรู้สึกว่ามัน ใช่เลย เลยอยากเอามาแบ่งปัน คิดว่าถึงไม่มีรูปขั้นตอนการทำก็สามารถทำได้ เพราะมันง่ายยย ง่ายมากๆ

ก่อนอื่น เอารูปไปดูยั่วน้ำลายเรียกน้ำย่อย

Congee or Thai "jok" (โจ๊ก)

โจ๊กร้อนๆ รสนุ่มละมุนลิ้น ไม่มีกากหรือเม็ดข้าวเป็นก้อนๆให้หงุดหงิดใจ ว่านี่เรากินโจ๊กหรือข้าวต้มทรงเครื่องกันแน่หนอ...

โจ๊กก็คือโจ๊ก มันต้องเนียนละเอียดเละเทะหาเม็ดข้าวไม่เจอ แต่มีหมูนุ่มๆเด้งๆให้เคี้ยวหนุบหนับชุ่มฉ่ำ (หรือจะมีตับ ใส้ เครื่องในหมูด้วยก็แล้วแต่ชอบ) และมีไข่ลวกซึ่งใข่แดงยังเยิ้มๆแต่ไข่ขาวสุกพอดี จริงไหมค๊ะ?

บางคนอาจคิดว่า จะไปทำทำไม ซื้อเอาหน้าปากซอยก็ได้ หรือโจ๊กซองก็มีถมไป (อันที่จริงเราก็ชอบกินนะ โจ๊กซอง) แต่ว่า ของมันทำง่ายแบบนี้ และถูกกว่าซื้อเป็นไหนๆ ลองคิดดู ตื่นมาวันอาทิตย์ขี้เกียจๆจะออกจากบ้าน มีโจ๊กต้มรออยู่ในหม้อ อุ่นกินได้ทันที กินเสร็จ ไปแปรงฟันซะ เดินกลับมานอนตะแคงดูทีวีทั้งวัน สบายยย

โจ๊กนี้ไม่ต้องต้มข้าวต้มต่างหาก ต้มซุปต่างหาก แล้วเอามาผสมกันก่อนกินเหมือนตามร้านหรือตามตำราอาหารต่างๆด้วยนะ ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ รสชาดก็ออกมาเพอออออร์เฟกท์ได้

เพียงแต่มีหม้อหุงข้าว (เพราะฉะนั้นอยู่หออยู่อพาร์ทเมนต์ก็ทำได้ อย่ามาบ่นอิดออดว่าไม่มีอุปกรณ์) แค่นั้นเอง

ส่วนผสมข้าว

-ข้าวสารสัก 2 ถ้วยตวง (จะกินไปได้ 4-5มื้อ)

-น้ำเปล่า เยอะๆ

-ซุปไก่ หรือซุปหมู แบบผงหรือก้อน ตามชอบ

-ซีอิ๊วขาว (เห็ดหอมตราเด็กสมบูรณ์ก็อร่อยมาก)

-น้ำตาลนิดหน่อย พอหวานปะแล่มๆตัดเค็ม

ส่วนผสมหมู

-หมูสับ จะสับเอาหรือจะซื้อที่เค้าบดมาแล้วก็ตามสะดวก ปริมาณตามชอบ 2 ขีดกำลังดี 2 กิโลจะเยอะเกิน หาข้าวไม่เจอ เอาไปแช่ช่องแข็งไว้จนเย็นจัดแต่ยังไม่ถึงขนาดกลายเป็นก้อนน้ำแข็งนะ

-ไข่ 1 ฟอง

-แป้งมันสัก 1 ช้อนโต๊ะ

-ซีอิ๊วขาว น้ำตาล ซอสหอย พริกไทย กระเทียมผงแห้งหรือสดสับเองก็ได้ เพื่อปรุงรสและกลิ่น

คลุกส่วนผสมหมูทั้งหมดให้เข้ากัน ถ้านวดนานๆหน่อยหมูจะเด้งและนิ่มอร่อยไม่แข็งกระด้าง ใส่ตู้เย็นรอไว้ แล้วมาต้มข้าว

เอาข้าวใส่หม้อหุงข้าว ซาวล้างให้สะอาด ตั้งหม้อ ใส่น้ำให้ท่วมๆ เยอะๆเข้าไว้ เช่น ข้าว 2 กระป๋อง น้ำก็สัก 6 - 8 กระป๋องไปเลย เพราะหม้อหุงข้าวไฟฟ้าการทำงานของมันก็คือมันจะหยุดหุงเมื่อน้ำในหม้อข้าวแห้ง แต่เราต้องการให้มันหุงไปเรื่อยๆจนข้าวเละยิ่งกว่าข้าวต้ม

กดหุง

แล้วรอ ........เดินไปทำอะไรเล่นๆก่อน อาบน้ำอาบท่าพาหมาไปเดินเล่น วาดรูป เล่นดนตรี โทรศัพท์คุยกับแฟน

ได้ยินเสียงคลิกของหม้อหุงข้าว

1. ถ้าเปิดดูแล้วมันเละเป็นที่น่าพอใจ(น้ำจะแห้ง) ให้เอากระบวยหรือช้อนอะไร บี้ๆๆๆๆข้าว ให้มันเละ อย่าได้เป็นตัวเป็นตน แล้วเติมน้ำลงไปอีกสัก 1-2 ถ้วยตวง จากนั้นเติมซุปก้อนหรือผง ปรุงรสเค็มหวานตามชอบ ตักหมูเป็นก้อนๆใส่ลงไปปิดฝาหม้อ กดหุงอีกครั้ง พอได้ยินเสียงเดือด ก็เปิดออกมา คนๆ รอให้หมูสุก สมใจ เดินไปลวกไข่ หรือจะตอกใส่ลงไปในหม้อเลยก็ได้ หั่นขิงหอมซอย เตรียมโซ๊ย

ถ้า หลังจากครั้งแรก เราเปิดมาแล้วน้ำแห้งแล้ว แต่ข้าวไม่เละพอเป็นโจ๊กให้เติมน้ำลงไปปริมาณพอสมควร แล้วกดหุง อีกรอบ พอเละแล้ว ทำตามข้อ 1.

คุณจะได้สิ่งที่เห็นในภาพเบื้องหน้านี้

Congee or Thai "jok" (โจ๊ก)

ที่เห็นนี่เป็นชามขนาด 1 คนโอบ (สังเกตุขนาดช้อน กลายเป็นช้อนเล็กไปเลย)

โจ็กหม้อนี้เติมจานขนาด 1 คนโอบนี้ได้ 5 ครั้งค่ะ ใช้ข้าวแค่ 2 ป๋องกะหมู 2 ขีด

ใครชอบกินเครื่องในหมู ตับไส้อะไร ให้ต้มแยกต่างหาก และเอามาใส่เวลาจะทาน

แกล้มด้วยไข่เยี่ยวม้าก็งาม

ปาท๋องโก๋? โอ้สวรรค์

แต่ที่นี่ไม่มีทั้งนั้น เอาแค่หมูก็พอ

เมื่อกี้เปิดดูStatsแล้วตกใจ *ขนลุก*  จำนวนคนเข้ามาชมจากไหนเยอะแยะ 2 วันนี้ ทั้งๆที่คอมเมนท์ก็ไม่มีเลยแม้แต่น้อย แบบ...บังเอิญคลิกเข้ามาแล้วก็คลิกออกไปใช่อ่ะป่าว? หรือว่าเราไปทำอะไรใครไว้ไม่รู้ตัว?(ระแวงตัวเอง) หรือว่ามีคนไปปล่อยข่าวว่าเราเป็นอีกร่างหนี่งของน้องดาร์คจัง? (ห่ะๆ ยังมีการไปพาดพิง อินเทรนกับเค้าหน่อย)

แต่ก็เอาเถอะ ไม่มีคอมเมนท์ก็ไม่เป็นไรไม่ซีเรียส เขียนเอาสนุกป้องกันฟุ้งซ่าน ดีกว่าพูดกับตัวเอง (แบบนั้นมันเป็นอาการทางจิตแล้ว)หวังว่าหากปฏิหารณ์มีจริง ชาตินี้อาจจะติดฮอตโพสซักครั้งก็ได้ หากชาตินี้ไม่ติด ชาติหน้าก็ยังดี (แล้วถ้าชาติหน้าเกิดเป็นหมา?หรือแมว?)

เอาเป็นชอบคนดูรักคนอ่าน ถ้าเผลอแวะเข้ามาอ่านแล้วชอบใจอันใด ขอแรงใจจากคอมเมนท์น้อยๆ ก็ดีนะคะ ชะเอิงเงย *แล้วก็รำลิเกออกจากฉากไป*

 

 

 

เพี้ยน....เพี้ยนแน่ๆ