Tutorials

 จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะเขียน ฮาวทู หรืออะไรเพราะไม่ได้คิดว่ามันจะออกมาดี ก็เลยไม่ได้ถ่ายขั้นตอนการทำไว้ ถ่ายแต่รูปก่อนจะกิน ตามปกตินิสัย (แปลกๆ) จะกินอะไรต้องถ่ายรูปเอาไว้ แต่พอกินแล้วรู้สึกว่ามัน ใช่เลย เลยอยากเอามาแบ่งปัน คิดว่าถึงไม่มีรูปขั้นตอนการทำก็สามารถทำได้ เพราะมันง่ายยย ง่ายมากๆ

ก่อนอื่น เอารูปไปดูยั่วน้ำลายเรียกน้ำย่อย

Congee or Thai "jok" (โจ๊ก)

โจ๊กร้อนๆ รสนุ่มละมุนลิ้น ไม่มีกากหรือเม็ดข้าวเป็นก้อนๆให้หงุดหงิดใจ ว่านี่เรากินโจ๊กหรือข้าวต้มทรงเครื่องกันแน่หนอ...

โจ๊กก็คือโจ๊ก มันต้องเนียนละเอียดเละเทะหาเม็ดข้าวไม่เจอ แต่มีหมูนุ่มๆเด้งๆให้เคี้ยวหนุบหนับชุ่มฉ่ำ (หรือจะมีตับ ใส้ เครื่องในหมูด้วยก็แล้วแต่ชอบ) และมีไข่ลวกซึ่งใข่แดงยังเยิ้มๆแต่ไข่ขาวสุกพอดี จริงไหมค๊ะ?

บางคนอาจคิดว่า จะไปทำทำไม ซื้อเอาหน้าปากซอยก็ได้ หรือโจ๊กซองก็มีถมไป (อันที่จริงเราก็ชอบกินนะ โจ๊กซอง) แต่ว่า ของมันทำง่ายแบบนี้ และถูกกว่าซื้อเป็นไหนๆ ลองคิดดู ตื่นมาวันอาทิตย์ขี้เกียจๆจะออกจากบ้าน มีโจ๊กต้มรออยู่ในหม้อ อุ่นกินได้ทันที กินเสร็จ ไปแปรงฟันซะ เดินกลับมานอนตะแคงดูทีวีทั้งวัน สบายยย

โจ๊กนี้ไม่ต้องต้มข้าวต้มต่างหาก ต้มซุปต่างหาก แล้วเอามาผสมกันก่อนกินเหมือนตามร้านหรือตามตำราอาหารต่างๆด้วยนะ ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ รสชาดก็ออกมาเพอออออร์เฟกท์ได้

เพียงแต่มีหม้อหุงข้าว (เพราะฉะนั้นอยู่หออยู่อพาร์ทเมนต์ก็ทำได้ อย่ามาบ่นอิดออดว่าไม่มีอุปกรณ์) แค่นั้นเอง

ส่วนผสมข้าว

-ข้าวสารสัก 2 ถ้วยตวง (จะกินไปได้ 4-5มื้อ)

-น้ำเปล่า เยอะๆ

-ซุปไก่ หรือซุปหมู แบบผงหรือก้อน ตามชอบ

-ซีอิ๊วขาว (เห็ดหอมตราเด็กสมบูรณ์ก็อร่อยมาก)

-น้ำตาลนิดหน่อย พอหวานปะแล่มๆตัดเค็ม

ส่วนผสมหมู

-หมูสับ จะสับเอาหรือจะซื้อที่เค้าบดมาแล้วก็ตามสะดวก ปริมาณตามชอบ 2 ขีดกำลังดี 2 กิโลจะเยอะเกิน หาข้าวไม่เจอ เอาไปแช่ช่องแข็งไว้จนเย็นจัดแต่ยังไม่ถึงขนาดกลายเป็นก้อนน้ำแข็งนะ

-ไข่ 1 ฟอง

-แป้งมันสัก 1 ช้อนโต๊ะ

-ซีอิ๊วขาว น้ำตาล ซอสหอย พริกไทย กระเทียมผงแห้งหรือสดสับเองก็ได้ เพื่อปรุงรสและกลิ่น

คลุกส่วนผสมหมูทั้งหมดให้เข้ากัน ถ้านวดนานๆหน่อยหมูจะเด้งและนิ่มอร่อยไม่แข็งกระด้าง ใส่ตู้เย็นรอไว้ แล้วมาต้มข้าว

เอาข้าวใส่หม้อหุงข้าว ซาวล้างให้สะอาด ตั้งหม้อ ใส่น้ำให้ท่วมๆ เยอะๆเข้าไว้ เช่น ข้าว 2 กระป๋อง น้ำก็สัก 6 - 8 กระป๋องไปเลย เพราะหม้อหุงข้าวไฟฟ้าการทำงานของมันก็คือมันจะหยุดหุงเมื่อน้ำในหม้อข้าวแห้ง แต่เราต้องการให้มันหุงไปเรื่อยๆจนข้าวเละยิ่งกว่าข้าวต้ม

กดหุง

แล้วรอ ........เดินไปทำอะไรเล่นๆก่อน อาบน้ำอาบท่าพาหมาไปเดินเล่น วาดรูป เล่นดนตรี โทรศัพท์คุยกับแฟน

ได้ยินเสียงคลิกของหม้อหุงข้าว

1. ถ้าเปิดดูแล้วมันเละเป็นที่น่าพอใจ(น้ำจะแห้ง) ให้เอากระบวยหรือช้อนอะไร บี้ๆๆๆๆข้าว ให้มันเละ อย่าได้เป็นตัวเป็นตน แล้วเติมน้ำลงไปอีกสัก 1-2 ถ้วยตวง จากนั้นเติมซุปก้อนหรือผง ปรุงรสเค็มหวานตามชอบ ตักหมูเป็นก้อนๆใส่ลงไปปิดฝาหม้อ กดหุงอีกครั้ง พอได้ยินเสียงเดือด ก็เปิดออกมา คนๆ รอให้หมูสุก สมใจ เดินไปลวกไข่ หรือจะตอกใส่ลงไปในหม้อเลยก็ได้ หั่นขิงหอมซอย เตรียมโซ๊ย

ถ้า หลังจากครั้งแรก เราเปิดมาแล้วน้ำแห้งแล้ว แต่ข้าวไม่เละพอเป็นโจ๊กให้เติมน้ำลงไปปริมาณพอสมควร แล้วกดหุง อีกรอบ พอเละแล้ว ทำตามข้อ 1.

คุณจะได้สิ่งที่เห็นในภาพเบื้องหน้านี้

Congee or Thai "jok" (โจ๊ก)

ที่เห็นนี่เป็นชามขนาด 1 คนโอบ (สังเกตุขนาดช้อน กลายเป็นช้อนเล็กไปเลย)

โจ็กหม้อนี้เติมจานขนาด 1 คนโอบนี้ได้ 5 ครั้งค่ะ ใช้ข้าวแค่ 2 ป๋องกะหมู 2 ขีด

ใครชอบกินเครื่องในหมู ตับไส้อะไร ให้ต้มแยกต่างหาก และเอามาใส่เวลาจะทาน

แกล้มด้วยไข่เยี่ยวม้าก็งาม

ปาท๋องโก๋? โอ้สวรรค์

แต่ที่นี่ไม่มีทั้งนั้น เอาแค่หมูก็พอ

เมื่อกี้เปิดดูStatsแล้วตกใจ *ขนลุก*  จำนวนคนเข้ามาชมจากไหนเยอะแยะ 2 วันนี้ ทั้งๆที่คอมเมนท์ก็ไม่มีเลยแม้แต่น้อย แบบ...บังเอิญคลิกเข้ามาแล้วก็คลิกออกไปใช่อ่ะป่าว? หรือว่าเราไปทำอะไรใครไว้ไม่รู้ตัว?(ระแวงตัวเอง) หรือว่ามีคนไปปล่อยข่าวว่าเราเป็นอีกร่างหนี่งของน้องดาร์คจัง? (ห่ะๆ ยังมีการไปพาดพิง อินเทรนกับเค้าหน่อย)

แต่ก็เอาเถอะ ไม่มีคอมเมนท์ก็ไม่เป็นไรไม่ซีเรียส เขียนเอาสนุกป้องกันฟุ้งซ่าน ดีกว่าพูดกับตัวเอง (แบบนั้นมันเป็นอาการทางจิตแล้ว)หวังว่าหากปฏิหารณ์มีจริง ชาตินี้อาจจะติดฮอตโพสซักครั้งก็ได้ หากชาตินี้ไม่ติด ชาติหน้าก็ยังดี (แล้วถ้าชาติหน้าเกิดเป็นหมา?หรือแมว?)

เอาเป็นชอบคนดูรักคนอ่าน ถ้าเผลอแวะเข้ามาอ่านแล้วชอบใจอันใด ขอแรงใจจากคอมเมนท์น้อยๆ ก็ดีนะคะ ชะเอิงเงย *แล้วก็รำลิเกออกจากฉากไป*

 

 

 

เพี้ยน....เพี้ยนแน่ๆ

 

(คำเตือน รูปทุกรูป ณ ที่นี้ สามารถเซฟเก็บเอาไว้ดูเป็นการส่วนตัวได้ แต่อย่าเอาไปใช้ที่ไหนนะจ๊ะ หากต้องการนำไปเผยแพร่ กรุณาติดต่อเราก่อน จะยินดีมากๆจ้า)

I wish they had so many colors.

Post card ทำมือแบบนี้ น่ารักมั๊ยล่า แถมไม่มีขายทั่วไปด้วยนะ คนทำก็ภูมิใจ คนรับก็ดีใจ

old school candy dispenser.

หรือว่าจะทำเป็น tag เล็กๆ เอาไว้ห้อยกล่องของขวัญ หรือทำเป็น ฉลากอะไรต่างๆ ก็เก๋ดี แถมไม่มีใครซ้ำด้วย

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ การแกะ stamps (ตรายาง) เป็นรูปต่างๆ เกิดกลับมาเป็นงานอดิเรกที่เป็นที่นิยมกันอีก ทั้งที่ญี่ปุ่น หรือ ประเทศตะวันออกหลายๆประเทศ มีหนังสือหนังหา และเครื่องไม้เครื่องมือการแกะยาง ออกมาขายกันเยอะแยะไปหมด คาดว่าเป็นเพราะกระแสการทำ scrapbooking มาแรง คำที่ชอบ scrapbook ก็เกิดอยากทำตรายางไว้ใช้เองไม่ให้ซ้ำใครหรืออะไรก็ว่าไป ตัวเราเองชอบแกะตรายางเล่นมาตั้งแต่เด็กๆ ทำเป็นรูปง่ายๆอ่ะ แตงโม แอปเปิ้ล อะไรเทือกนั้น แต่ตอนเด็กๆอ่ะ ก็ไม่รู้ว่าเค้าเรียกว่าอะไรหรอก แต่เวลาอยู่ในห้องเรียนแล้วขี้เกียจเรียนขึ้นมา ซึ่งก็เป็นประจำ(อีนี่ หนิ) เราก็จะเอายางลบอ่ะหล่ะ มาวาดๆรูปลงไป เอามีคัตเตอร์ มาแกะๆ เอาสีเมจิก ทาๆ แล้วก็ปั๊มๆๆๆ ไปทั่วสมุด (แต่.......กรุณาอย่าเลียนแบบ มันไม่ดี นับว่ามีความคิดสร้างสรรค์ ผิดที่ผิดเวลานะจ๊ะ) พอโตๆขึ้นก็ลืมไปแล่ะ ไม่ได้เล่นอีก จนกระทั่งวันหนึ่งไปเจอหนังสือญี่ปุ่นเกี่ยวกับการแกะตรายางน่ารักเข้า ความบ้าแกะก็เลยกลับมาอีกครั้งงงงง

อุปกรณ์ที่ใช้ในการแกะ stamps ทั่วไปก็มี

แผ่นยาง

มีทั้งของญี่ปุ่น (ซึ่งโคตรแพง อย่าให้บอกว่าราคาเท่าไหร่ พูดแล้วปวดตับ) แต่ทำมาไว้สำหรับแกะโดยเฉพาะจึงมีคุณภาพดี ความหนา และความยืดหยุ่นเหมาะสม ของฝรั่งก็โอเค ราคาถูกกว่านิดหน่อย และ ยางลบ ธรรมดาๆสามัญที่เราใช้กัน ยางลบจะเหนียวและแกะยากกว่ายางที่ใช้แกะโดยเฉพาะ แต่ก็ใช้ได้นะ เราชอบซื้อยางลบถูกๆจากร้านทุกอย่าง 10 บาท 20 บาท ตามตลาดนัดที่เมืองไทยอะมาแกะเล่น 10 บาทได้ตั้งหลายก้อน

อุปกรณ์การแกะสลัก แบบต่างๆ (เย๊ย ยังกะเครื่องมือผ่าตัด) ใช้เครื่องมือในการแกะสลักไม้ที่ขายตามร้านเครื่องเขียน เครื่องประดิษฐ์ อะไรแบบนั้นก็ได้แหละ ที่ปลายมันเป็นรูปตัว V อ่ะจ๊ะ แล้วก็มีดคัตเตอร์ธรรมดาๆ พยายามใช้ที่ปลายมันคมๆนะ

แล้วก็หมึกสำหรับแสตมป์ ที่เห็นหลายๆสีนี่เป็นหมึกที่เราซื้อมาจากร้านของเล่นเด็กหล่ะ คิดว่าตามร้านเครื่องเขียนทั่วไปก็มีขาย (สาม สี หลักๆ ที่มีแน่ๆ ก็ แดง น้ำเงิน ดำ ที่ใช้กันตามโรงเรียนอ่ะ)

แต่................

ถ้าไม่มีแผ่นยาง ไฮโซวววว หรือเครื่องมือเฉือดเรียงเป็นแผงแบบนั้น จะยังแกะตรายางเล่นได้หรือเปล่า?

แต่ก่อน ตอนที่เรายังไม่มีไอ้เครื่องมือพวกนั้นเราก็ใช้เครื่องมือซิมเปิ้ลๆ ที่หาได้รอบๆตัวแกะเหมือนกัน ต่อมาก็เก็บเงินเล็กๆน้อยๆซื้อเครื่องมือ ซื้อหมึก ทีละอันสองอัน

วันนี้จะมาแกะตรายางด้วยอุปกรณ์พื้นฐานหาได้ทั่วไปให้ดู

ก็มีแค่นี้เอง (ลืมย่อภาพอ่ะ โทษที) คัตเตอร์ 2 อัน อันเล็กเอาไว้แกะรายละเอียด อันใหญ่ก็ใช้ตัด แล้วก็ยางลบถูกๆ

1.วาดรูปอะไรก็ได้ตามชอบกะให้ขนาดอย่าใหญ่เกินยางลบที่เรามี ถึงจะไม่มีฝีมือในการวาดรูป(แบบข้าพเจ้านี้)ก็ไม่เป็นไรนะเพราะพอแกะเป็นตรายางแล้ว เวลาปั๊มออกมามันจะดูน่ารักขึ้นทันที ฮ่าๆ(แน่ใจนะ?) หรือจะแกะตามภาพน่ารักๆที่ไปเจอมา แล้วอยากทำให้มันเป็นตรายางก็ได้ (แต่ห้ามขาย เพราะติดลิขสิท นะครับ) การ์ตูนญี่ปุ่นนี่เป็นแหล่งที่ดีเลยทีเดียว

2.พอได้รูปที่ต้องการแล้วก็เอากระดาษไข ลอกลายมันออกมา โดยใช้ดินสอดำ ที่มันมีความนิ่มหน่อย อย่าง 2บี 5บี อะไรแบบนั้น มันจะได้ติดเข้มๆ พยามยามลอกให้เส้นหนาๆเข้าไว้เวลาแกะจะได้ดูง่ายๆ

3.คว่ำด้านถูก (ด้านที่เราลอกลายด้วยดินสอ) ลงบนยางลบ เอาเล็บหรือเหรียญขูดๆให้ทั่วๆนะ

4.ก็จะได้ลายที่ต้องการบนยางลบของเรา จะเขียนลายลงไปโดยตรงบนยางลบเลยก็ได้นะถ้ามั่นใจ แต่ระวังถ้าเป็นตัวหนังสือ มันจะกลับหลังเวลาปั๊ม(เหมือนตัวหนังสือที่เราเขียนกลับหลัง เวลาอ่านต้องเอาไปส่องในกระจกไง) เพราะฉะนั้น ถ้าอยากทำเป็นตัวหนังสือควรใช้การลอกลายแล้วคว่ำลงยางลบดีกว่า

จากนั้นเราก็แกะไปรอบๆเส้น out line ค่อยๆแกะไปใจเย็นๆ ตอนนี้ต้องใช้ความอดทน พยายาม และเวลาหน่อยนะ ส่วนการแกะก็แกะเป็นรูป (สมมุติว่าเส้นประคือ out line ) --\/-- แบบนี้ไปรอบๆ out line นะ อย่าแกะ --/\-- under out line แบบนี้เพราะยางลบมันจะขาด หรือ หักเวลาเราปั๊ม ส่วนใหนที่เราต้องการให้มันทึบ อาจแลเงาบางๆเอาไว้ เผื่อแกะๆไปแล้วลืม เผลอแกะมันเข้าไปด้วย ในรูปนี้เราต้องการให้ส่วนในหูมัน ทึบ แต่ไม่ได้แลเงาไว้เพราะมันนิดเดียวเอง

1 ชั่วโมงผ่านไป...................

@_____@;;;; เฮ๊ออออออ  แกะยากหน่อยนะ แต่ก็สนุก เห็นมันเละๆแบบนี้จะปั๊มออกมาเป็นลายมั๊ยเนี่ย

ต้องลอง

อ๊ะ ใช้ได้ แต่ยังไม่สมบูรณ์

เวลาลองปั๊มแบบนี้เราจะเห็นว่ามีส่วนไหนที่เราลืมแกะหรือเปล่า หรือยังเกินๆออกมา  อย่างที่เห็น มีบางส่วนที่มันเลอะๆออกมา แล้วเราไม่ต้องการ (แต่บางลายส่วนเกินๆแบบนี้ก็ทำให้ ตรายางเราดูเก๋ดีไปอีกแบบ ดูเป็นงาน แฮนเมดดี) ก็เอาคัตเตอร์เล็มๆออกไป

ลองอีกทีเด่ะ

โอเค เนียน

ทีนี้ก็เอาไป ปั๊มๆๆๆๆ ปึ๊ปๆๆ เล่นตามใจชอบ

ปั๊มให้ซองจดหมายโหลๆ กลายเป็นน่ารักไปเลย ถ้ามีเป็นสัญลักษณ์ส่วนตัวเวลาปั๊มลงไปที่ไหน คนรับก็รู้ทันทีว่ามาจากเรา

ลองเล่นดูแล้วอาจจะติด เหมือนเรา

เพียบ ที่เห็นในฉากหลังเป็นยางที่เราแกะเล่นเรื่อยๆมา เวลาว่างๆ เพลินดี แก้เครียดด้วย ทำหนุกๆอย่าคิดมาก ส่วน2รูปข้างหน้าก็คือ บางทียางลบมันบางไป หรือว่าอยากให้มันเท่ขึ้นอีกนิด (แต่เปลืองพื้นที่ในการเก็บขึ้นอีกหน่อย) ก็อาจทำแท่นให้มันจากแผ่นไม้หรือวัสดุเหลือใช้ อย่างในรูป เราใช้ แผ่นตัวอีกศร เกมส์Scripple กับจุกแชมเปญ ที่สะสมไว้เยอะแยะ (ไม่ได้ดื่มเองทั้งหมดหรอกนะ ส่วนใหญ่เพื่อนๆจะเก็บไว้ให้)มาทำ

สนใจก็ลองทำเล่นดูนะจ๊ะ

อาจจะอธิบายแบบมึนส์ๆ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนถามได้เลยจ้า

สุดท้าย นี่เป็นตัวอย่างบางส่วนที่เราแกะไว้

Kicks

Converse all stars ทางใครทางมัน (เก่ามวาก บ่งบอกอายุ) ของฉันมีข้างเดียว

me stamp.

หน้าเราเอง แบบแมวๆ

Shopping cart.

รถเข็น ช้อปปิ้ง

Ink Test Page1

ลองสีหมึกปั๊ม

เมื่อหลายเพลาก่อนไปเดินเล่นในร้านขายอุปกรณ์ประดิษฐ์ประดอย เพื่ออัปเดทว่าเค้ามีอะไรใหม่ๆมาให้เล่นมั่งเราก็ไปเจอเอานี่

 

มันเป็นแผ่นพลาสติกชนิดหนึ่งที่ด้านหลังมีเยื่อกระดาษบางๆเอาไว้ให้วาดรูปแล้วก็ตัดออกมาแล้วนำไปอบ เจ้าแผ่นพลาสติกนี่ก็จะหดๆๆๆ เล็กลงๆ แต่หนาขึ้นๆ ประมาณ 6-7 เท่า ภาษาอังกฤษเรียกแผ่นพลาสติกนี้ว่าShrinky Dinks เป็นของเล่นที่ฮิตกันมานาน นม แล้วแต่เราเพิ่งเคยเห็นที่ฝรั่งเศสนี่ เมื่อไม่นานมานี้ เป็นอะไรที่ใหม่มาก ฮ่ะๆ คิดว่าคนที่นี่ไม่ค่อยชอบเล่นอะไรพรรค์นี้เหมือนคนที่เมกา

เราก็แบบอยากเล่นอ่ะ อยากรู้ว่ามันจะออกมาเป็นไงก็เลยตัดใจซื้อมา1ห่อ มีอยู่7-8 แผ่นขนาด เอ4 มั๊ง แพงมากกกก เกือบ 400 บาทไทย

ก็เอามาวาดเล่นดู เป็นแมวตัวบ่ะเร่อเกือบครึ่งแผ่น พออบออกมาก็เหลือตัวเท่าที่เห็นแล้วก็จะหนาๆประมาณนี้

ต้องขอบอกว่าก่อนอบเราต้องเจาะรูอะไรให้เรียบร้อยก่อนเพราะพออบแล้วมันจะหนาและแข็งมาก ทำอะไรไม่ได้เลย แล้วเราก็เอามาทำเป็นพวงกุญแจ ที่ห้อยมือถือ ตุ้มหูอะไรเล่นไป

ทีนี้เราไปได้ความรู้ใหม่มาว่า แผ่นพลาสติกแบบนี้ไม่ต้องซื้อมาเล่นก็ได้เพราะมันแพ้งงงง แต่ทำเองก็ได้ง่ายจังเพียงแต่คุณมีอุปกรณ์ดังนี้

  ก็มีพวกปากกาดำ และ สีๆ แบบ ติดถาวรลบไม่ออก หรือจะใช้สีไม้ก็ยังได้แต่สีมันจะไม่แซ่บเท่า และที่สำคัญก็คือ พลาสติกรีไซเคิลหมายเลข6 ซึ่งที่เห็นในรูปมาในรูปแบบของแก้วน้ำพลาสติก ซึ่งเราซื้อมาเอาไว้ใช้ปิคนิกเมื่อนานมากแล้วและมันเหลือเยอะแยะ

แต่ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า นี่ไม่ใช่การค้นพบครั่งยิ่งใหญ่ของตัวข้าพเจ้าเอง หรือเป็นไอเดียออริจินัลแต่อย่างได แต่มีคนทำเล่นกันบ่อยๆ ตามโรงเรียนบางทีก็สอนในชั่วโมงวิทยาศาสตร์ เราก็บังเอิญไปเจอมาในขณะที่ค้นหาในเน็ตเกี่ยวกับพลาสติกที่หดได้อะไรแบบนี้หล่ะ แล้วก็เลยรู้ว่า โถ่ถัง จะไปเสียตังค์ซื้อทำไม(ว๊ะ) แอบเซ็งนิดๆ

ทีนี้ ถามว่าพลาสติกรีไซเคิลหมายเลข6คืออะไร? แล้วจะรู้ได้ไงว่ามันหมายเลข6 รึปล่าว คำตอบมันก็จะอยู่บนตัวพลาสติกนี่เอง เช่นแก้วนี้ ลองคว่ำดูที่ก้นแก้ว

จะเห็นว่ามีสัญลักษ์ รีไซเคิลพิมพ์อยู่ที่ก้นแก้ว และหมายเลข6ตรงกลาง ซึ่งพลาสติกรีไซเคิลเหล่านี้จะมีเบอร์ต่างๆตามความหนาบาง ลักษณะของเนื้อพลาสติก และความใช้สอย เช่นขวดน้ำอัดลมพลาสติกทำมาจากพลาสติกหมายเลข1 เป็นต้น ซึ่งเลขพวกนี้จะเป็นมาตราฐานสากล บางคนอาจไม่เคยสังเกตุเลย (เราก็คนหนึ่งจนกระทั่งเมื่อมาเล่นไอ้เจ้าพลาสติกนี่แหละ) พลาสติกหมายเลข6 ส่วนใหญ่จะมาในรูปของกล่องใส่สลัด จาน แก้ว ที่ใส่ของกินมาให้ตามร้านฟาสฟูดและซุปเปอร์มาเก็ต มันจะเป็นพลาสติกใสแจ๋ว และไม่ค่อยยืดหยุ่น ถ้าใครเผอิญมีกล่อง จาน แก้วอะไรแบบนี้อยู่ แทนที่จะทิ้งไปเลยก็ลองเอามาทำอะไรเล่นๆแบบนี้ดู

ก็เอามาชำแหละเป็นชิ้นๆแบบนี้ ถ้าใครมีแบบเป็นจานเป็นกล่องอะไรแบบนี้อ่ะจะดีมากเลยเพราะมันมีที่ให้เล่นเยอะดี แต่เรามีแบบแก้วน้ำก็ได้แค่นี้ หลังจากตัดเป็นรูปร่างตามชอบใจแล้วเราก็เอากระดาษทรายแบบละเอียดๆขัดซะด้านหนึ่งให้มันสากๆเพราะสีมันจะเกาะได้ดีกว่า แล้วก็ตัดมุมให้มันมนๆหน่อยเพราะเวลาอบออกมามันจะแข็งและคมมากอาจเป็นอันตราย ถ้าจะเอาไปร้อยกับอะไรก็เจาะรูให้เรียบร้อย

 แบบนี้แหละ 

แล้วเราก็วาดรูปลงไปตามจินตนาการแล้วความชอบ

เราวาดรูปไม่ค่อยเก่งก็ หากินกะอะไรง่ายๆแบบนี้แหละ เดีํยวพอมันหดมันก็จะออกมาสวยงามเอง(มั๊ง)

 

ก็ได้ออกมาประมาณนี้ จัดการวางบนถาดสำหรับเตาอบ ลองด้วยกระดาษอบ หรือ ฟลอย ก็ได้ แล้วไปเตรียมเปิดเตาอบที่อุณหภูมิประมาณ 175-180 องศา บ้านใครมีเตาอบแบบเป็นตู้อันเล็กๆ จะดีมาก แต่เรามีเตาอบใหญ่ๆ ก็ใช้ได้เหมือนกัน พอมันเริ่มร้อนๆก็เอาถาดเข้าอบเลย

 เราจะมีลุ้นกันว่าพออบ ออกมาแล้วพลาสติกมันจะหดออกมาเป็นแบบไหนแล้วจะเกิดอะไรกับภาพที่เราวาดเอาไว้...ตื่นเต้นเนอะ

ขอ บอกว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วมาก ตั้งตัวแทบไม่ทัน ถ้าเตาอบบ้านใครประตูเป็นแก้วเห็นข้างในได้เราจะเห็นว่าเจ้าพลาสติกนี้มันจะ หดๆๆๆ หงิกๆๆๆ งอๆๆๆ คดๆๆๆ ภายในเวลาไม่กี่วินาที ซึ่งน่ากลัวมาก ว่ามันจะเจ๊งไหม แต่หลังจากหดงอจนได้ที่มันจะค่อยๆคลายตัวเองเป็นอัตโนมัติ และแผ่เป็นแผ่น แบนลง น่ามหัศจรรย์

ก่อนอบ

หลังอบ

โอ๊วววว เหลือนิดเดียว แต่หนาและแข็งขึ้นมาก

เนื่องจากว่าเราตัดออกมาจากแก้วตามรูปทรงเดิมของแก้วเลยมันก็ออกมาเป็นทรงนี้ คล้ายๆพัด เราก็เลยลองเอามาทำเป็น

กำไลข้อมือ เพิ่มลูกปัดลงไปให้มันดูน่ารักเข้าไปอีก แบบดูพลาสติกก๋องแก๋งดีอ่ะ  แถมเวลาขยับตัวพอพลาสติกมันกระทบกันมันก็จะส่งเสียงกริ๊กกรั๊ก น่ารำคาญ เอ๊ย น่ารักดีไปอีกแบบ

จะลองเอามาทำพวงกุญแจ ตุ้มหู หรืออะไรเล่นดูก็ได้ตามความสร้างสรรค์เลยค่ะ